An article by Lalita Ounsakulseree

What is Placemaking?

Placemaking is a term often heard and seen when new urban projects are announced, where it is stated that ‘placemaking’ is being used in the process. But what does this actually mean? Placemaking is an approach to planning, design, and management of public spaces. Placemaking makes the most of a local community’s assets and inspiration to create public spaces which promote health, well-being and happiness to the community. The key is to strengthen the connection between people and the spaces that they share. To help them create a sense of place and…


An article by Nichapat Sanunsilp and Pongpisit Huyakorn

Public health workers and volunteers are indispensable in the fight against COVID-19, both in terms of healthcare and potential socio-economic support. One thing we often overlook, however, is the fact that more than 80% of the health volunteers and local health officers that make up the frontlines of our public health system are female. A special acknowledgement must be dedicated to this tireless and selfless group of women.

Most of us can acknowledge an existing stereotype that leads us to expect most nurses and other healthcare service jobs to be carried out…


บทความโดย พิชญา หุยากรณ์

ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์ได้กลายเป็นสถานที่หนึ่งที่ผู้คนให้ความสนใจและแวะเวียนไปเยี่ยมชมเมื่อมีเวลาว่าง ในกรุงเทพเองนั้นถือเป็นแหล่งรวมพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจหลายแห่งไม่ว่าจะเป็น หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (Bacc), พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA), พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ หอศิลป์, มิวเซียมสยาม Museum Siam, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์เป็นต้น เป็นที่น่าสนใจว่าการจัดแสดงผลงานทางศิลปะและวัฒนธรรมการเดินชมพิพิธภัณฑ์นั้นไม่ได้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นแต่อยูคู่กับประเทศไทยมาเป็นระยะเวลานานแล้ว

พิพิธภัณฑ์ในเมืองไทยส่วนใหญ่เป็นพิพิธภัณฑ์ประเภทศิลปะและโบราณคดี(Art and Archaeology Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีวัตถุประสงค์หลักในการจัดแสดงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ แสดงชีวิตความเป็นอยู่วัฒนธรรมและประเพณีพื้นเมือง แต่ในปัจจุบันพิพิธภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือพิพิธภัณฑ์ทางด้านศิลปะ (Museum of Arts) พิพิธภัณฑ์ทางศิลปะคือสถาบันที่เก็บรวบรวมงานที่แยกออกไปเป็นพิเศษ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ประชาชนได้ชื่นชมกับสุนทรียะของศิลปะและศึกษาวิวัฒนาการด้านศิลปะหรือประวัติศาสตร์ศิลปะด้วย พิพิธภัณฑ์ศิลปะบางครั้งอาจใช้คำอื่นแทนเช่น หอศิลป์ (Art Museum), ศูนย์ศิลปะ(Art Center), แกลเลอรี่ (Gallery) เป็นต้น[1]


การพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่งทางราง หรือ Transit-Oriented Development (TOD) เป็นแนวคิดสำหรับการออกแบบ และการวางผังเมืองอย่างมีประสิทธิภาพที่ก่อให้เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งแนวคิดการพัฒนาเมืองในรูปแบบนี้เป็นการพัฒนาการใช้ประโยชน์ที่ดินของเมืองที่มีอยู่เดิม ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบขนส่งแบบราง มีการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างหนาแน่น และผสมผสานหลายรูปแบบ ทั้งอาคารพาณิชย์ สำหรับเป็นที่อยู่อาศัย บริษัท ห้างร้าน สวนสาธารณะ แต่ในขณะเดียวกันก็จะต้องอำนวยความสะดวก และเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงพื้นที่ให้กับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทางเท้าที่มีระยะการเดินใน 5–10 นาทีจากระบบขนส่งมวลชน และเส้นทางจักรยานที่ปลอดภัย ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวเพื่อลดความแออัดของระบบขนส่งภายในเมือง ส่งเสริมประสิทธิภาพในการให้บริการของระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนในการใช้บริการ

Photo by VisionPic .net from Pexels

เป้าหมายหลักในการพัฒนาของ TOD ที่กล่าวไปในตอนต้นแสดงให้เห็นถึงลักษณะของการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่ง (Station) ที่ขยายออกเป็นวงรัศมีรอบจุดศูนย์กลางโดยความหนาแน่น และความเข้มข้นของการใช้ประโยชน์ที่ดินจากศูนย์กลาง หรือ Station จะมีมากที่สุด ยิ่งระยะทางไกลจาก Station ความหนาแน่น และความเข้มข้นในการใช้ประโยชน์ที่ดินก็จะลดลง โดยรูปแบบการกระจายตัวของการพัฒนาจะเกิดขึ้นตามเส้นทางขนส่งแบบราง หากลองสร้างภาพจำลองของวงกลมเหล่านี้จะเห็นได้ว่าในหนึ่งเส้นทางการขนส่ง จะเกิดวงกลมหลายวงที่ในบางพื้นที่วงกลมเหล่านี้เกิดการซ้อนทับกันเอง และในบางพื้นที่เกิดเป็นช่องว่างระหว่างวงกลมด้วยกันเอง ซึ่งช่องว่าง หรือระยะห่างที่เกิดขึ้นนี้เป็นสิ่งที่จะต้องพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ (feeder system) ที่มีประสิทธิภาพ และสามารถเชื่อมต่อระหว่างสองพื้นที่ เพื่อสนองความต้องการในการเดินทางของประชาชนในพื้นที่เหล่านี้ได้ หากระบบขนส่งสาธารณะไม่มีประสิทธิภาพมากเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน อาจส่งผลให้คนส่วนใหญ่หันมาใช้รถยนต์ส่วนตัวมากขึ้น…


In this second part of the Smart Cities and Privatisation, this article focuses on the new leading actor model in Thai major cities urban development, city development corporations (CDC). The model is the privatisation of local entities in a collective form. CDC has categorized themselves as a social enterprise. This article is a contrasting story to the case of Toronto’s Waterfront by Sidewalk Labs which received quite overwhelming criticism from all sides. This city development corporation model is seen as a rather popular idea for urbanisation champions. …


This article is the first in a two-part series called Smart Cities and Privatisation that explores the challenges and risks associated with letting the private sector drive the next wave in city development. The series explores two case studies, the first being the well-known case of Toronto’s waterfront, led by Google’s affiliate, Sidewalk Labs, which faced multiple challenges through its brief lifespan before Sidewalk Labs withdrew their partnership with the City of Toronto in May 2020. The sequel to this article will explore the“city development corporation”, an increasingly adopted model being used to support smart city development driven by a…


จากงานสนทนาโต๊ะกลม USL Lecture Series: Community Digitalization/Smart City ร่วมกับ NIA Academy เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา พวกเรา USL จะมาสรุปให้ฟังว่าประเด็นหลัก ๆ ที่ได้จากเสวนาในวันนั้นมีอะไรบ้าง

Photo by allPhoto Bangkok from Pexels

ดร.เสาวรัจ รัตนคำฟู นักวิชาการอาวุโส TDRI ผู้ร่วมเสวนาเล่าว่า Thailand 4.0 มีปัจจัยที่สำคัญคือข้อมูลความรู้ และวิกฤติโควิด19 ทำให้เรื่องนี้ใกล้ตัวพวกเรามากขึ้น ซึ่ง digital divide นั้นมีสองมิติที่เราจะพูดถึงกัน คือ “การมี” กับ “การใช้” เห็นได้ชัดจากเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ประเด็นของเงินเยียวยาที่ประชาชนต้องลงทะเบียนเพื่อรับเงิน 5,000 บาททางออนไลน์ หรือการที่ประชาชนจำนวนมากต้องทำงานจากบ้านหรือ work from home แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่คนไทยทุกคนที่พร้อมจะลงทะเบียนออนไลน์หรือทำงานจากบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ประสบปัญหา digital divide โดยตรง

การมี —

ตามสถิติแล้วสัดส่วนครัวเรือนที่มีคอมพิวเตอร์ในประเทศไทยคือ 22% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 49% แต่ประเทศไทยมีอินเตอร์เน็ต 68% ซึ่งมากกว่า 55% ของค่าเฉลี่ยโลกรวมไปถึงประเทศกำลังพัฒนา ถึงประชาชนชาวไทยจะเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้จากโทรศัพท์สมาร์ทโฟน แต่การใช้งานก็มีข้อจำกัด นอกจากนี้ในครัวเรือนไทยที่มีรายได้ต่ำกว่า 200,000/ปี เข้าถึงอินเตอร์เน็ตแค่เพียง 3% และในครัวเรือนที่มีรายได้มากกว่า 200,000/ปี มีอินเตอร์เน็ต 19% ของครัวเรือนทั้งประเทศ นับว่าเป็นตัวเลขที่น่าเป็นห่วง…


When talking about business in Thailand, the first thing many people are likely to mention is agriculture. Thailand’s economy is heavily based on agriculture, which contributes 8.1% of GDP and employs 30.4% of the active population. The country is the largest producer of rubber in the world and one of the leading producers and exporters of rice. Many Thai people still rely heavily on traditional practices and folk wisdom to earn their living, and for many of them, it can be hard to imagine the current pace and advancement of the business world.

However, since Thailand began promoting “Thailand 4.0”…


Smart City หรือ เมืองอัจฉริยะที่เราได้ยินกันอยู่บ่อย ๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ได้ก้าวสู่ยุค Thailand 4.0 ที่จะขับเคลื่อนประเทศด้วยภาคอุตสาหกรรมไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งนำไปสู่การเข้าถึงระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีที่มากขึ้น ระบบเหล่านี้สร้างขึ้นเพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยของผู้คนในอนาคต ทว่าบางกลุ่มคนไม่มีโอกาสที่จะเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) เหล่านี้เลย

ภาพโดย: International Telecommunication Union

ดิจิทัลเพื่อส่วนรวม (Digital Inclusion) ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนต่างเพศ อายุ ความสามารถ หรือ สถานที่ ทุกคนสามารถเข้าถึง ICTได้อย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งนั่นคงไม่เป็นความจริง ยังเหลือผู้คนอีกหลากหลายกลุ่ม เช่น ชาวนา ชาวไร่ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือแม้แต่ผู้ที่มีรายได้น้อย ที่เราเรียกกันว่า กลุ่มเปราะบาง ไม่สามารถเข้าถึงระบบอินเตอร์เน็ตได้ มันหมายความว่าพวกเขาเหล่านี้จะไม่มีสิทธิที่จะได้รับความสะดวกสบาย หรือมีโอกาศในการออกความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ ที่สังคมเป็นอยู่เลยหรือ ซึ่งนั่นอาจจะไม่ใช่การออกแบบเมืองอัจฉริยะที่แท้จริงถ้าหากละทิ้งคนบางกลุ่มออกไป แต่แล้วโครงการ Smart Cities for All ได้นำหัวข้อ Digital Inclusion เข้ามาเป็นพันธกิจหลักและมีเป้าหมายเพื่อสร้างและปรับใช้เครื่องมือและกลยุทธ์ที่จำเป็นในการสร้างเมืองอัจฉริยะที่ครอบคลุมสำหรับทุกคนมากขึ้น…


ฝุ่น PM 2.5 คือฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมโครเมตร โดยส่วนใหญ่สาเหตุของฝุ่นชนิดนี้นั้นมาจากการเผาทางการเกษตรกรรม การสันดาปของเครื่องยนต์ชนิดต่าง ๆ และภาคอุตสาหกรรม ส่วนน้อยมากที่จะมาจากธรรมชาติ แต่ฝุ่นชนิดนี้มีความอันตรายเป็นอย่างมากเนื่องจากขนาดที่เล็ก ซึ่งระบบป้องกันของมนุษย์ไม่สามารถที่จะกรองและกำจัดได้ทำให้ฝุ่นพวกนี้สามารถหลุดรอดเข้าไปภายในอวัยวะที่สำคัญของร่างกายได้โดยง่าย ส่งผลให้ผู้ที่ได้รับมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งและโรคเรื้อรังในอนาคต ความรุนแรงของผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 นั้นขึ้นอยู่กับปริมาณของฝุ่นและกลุ่มของผู้ที่ได้รับฝุ่นเข้าไป กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงคือผู้สูงอายุ เด็กและผู้ป่วยโรคหัวใจและโรคทางเดินหายใจ โดยกรมควบคุมมลพิษได้กำหนดมาตรฐาน PM 2.5 ไว้ที่ ค่าเฉลี่ยความเข้มข้นไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรใน 24 ชั่วโมง ในขณะที่องค์กรอนามัยโลกได้กำหนดมาตรฐาน PM 2.5 ไว้ที่ ค่าเฉลี่ยความเข้มข้นไม่เกิน 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรใน 24 ชั่วโมง Institute for Health and Evaluation มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ชี้ว่ามลพิษทางอากาศเป็นปัจจัยร่วมที่เป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ เนื่องจากมีส่วนประกอบของสารเคมีหลายชนิด ทั้งที่เป็นสารระคายเคืองไปจนถึงสารก่อมะเร็ง จึงเป็นสาเหตุก่อให้เกิดโรค ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหลอดเลือดในสมอง โรคหัวใจขาดเลือด โรคมะเร็งปอด และโรคติดเชื้อเฉียบพลันระบบหายใจส่วนล่าง ก่อให้เกิดการตายก่อนวัยอันควรในประเทศไทย ประมาณ 50,000 คนต่อปี ส่วน State of Global Air เปิดเผยผลกระทบจาก PM 2.5 ทำให้คนไทยเสียชีวิตอย่างน้อย 37,000 คนต่อปี การศึกษาของ The Nature Conservancy (2016) ระบุว่าในปี 2010 PM2.5 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตที่อัตรา 3.2 ล้านคนต่อปีและเป็นที่คาดการณ์ว่าในปี 2050 PM2.5 จะส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตที่อัตรา 6.2 ล้านคนต่อปี…

Urban Studies Lab

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store